
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569) เวลา 09.30 น. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับการกำหนดวิธีการ หลักเกณฑ์ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมีแนวทางการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบขอบของเจ้าหน้าที่รัฐในการอนุญาตให้บุคคลเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักรไทย กรณีการจัดงานนมัสการพระธาตุพพพมประจำปีครั้งที่ 2-1/2569 โดยมีคณะอนกรรมการฯ น่าโดย ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนดรพนมผู้แทนผู้บังคับการกองกำลังสรศักดิ์มนตรี นายอำเภอธาตุผานม ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองนครทนม นายด่ามศลกากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 4 ผู้แทนผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต่อต้านการทุจริต ผู้แทน กองอำนวยการกองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ท.และเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ผ่านสื่อ อิเลคทรอนิกส์ (ZoomMeeting) ตามคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ที่ 10/2569 ลงวันที่ 19 มกราคม 2569 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับการกำหนดวิธีการ หลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อมีแนวทางการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการอนุญาตให้บุคคลเดินทางเข้า - ออก ราชอาณาจักรไทย กรณีการจัดงานมัสการพระธาตุพนมประจำปี เพิ่มเติม ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 หรือผู้แทน ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโรงเขตนครพนม หรือผู้แทม ผู้บังคับการตำรวจฎธรจังหวัดนครพนม หรือผู้แทน และประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนมหรือผู้แทน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยทั้งนี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการได้รับทราบแนวทางการดำเนินการกรณีการจัดงานมัสการพระธาตุผนมประจำปี 2569 ของจังหวัดนครพนม และได้พิจารณาแผนการลงพื้นที่ของคณะอนุกรรมการ เพื่อลงพื้นที่ศึกษาแนวทางการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการอนุญาตให้บุคคคลเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักรไทยกรณีศึกษาการจัดงานนมัสการพระธาตุพนมในระหว่างวันที่ 26 มกราคม 2569 ถึง วันที่ 3 กุมกาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. วิเคราะห์ข้อจำกัดที่พบจากการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้าที่ในส่วนงานต่างๆ
2.วิเคราะห์โอกาสที่จะเกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบในประเด็นการอนุญาตให้บุคคลเดินทางรับ-ออกนอกราชอาณาจักร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อทางราชการต่อไป